การขึ้นเงินเดือนแนวคิดใหม่ที่มีประสิทธิภาพสูงสุด

          การขึ้นเงินเดือน เป็นเรื่องที่สำคัญประการหนึ่งในการบริหารค่าจ้าง เป็นสิ่งที่ลูกจ้างคาดหวังและจับตาดู เนื่องจากการขึ้นค่าจ้างเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นประจำทุกปี จึงมีผลกระทบต่อความรู้สึกของพนักงานบ่อยกว่าอย่างอื่น เช่น การกำหนดค่าจ้างแรกเข้าซึ่งมีครั้งเดียว หรือการปรับเงินเนื่องจากการเลื่อนตำแหน่งซึ่งนาน ๆ จะเกิดขึ้นสักครั้ง ดังนั้นการขึ้นเงินเดือนประจำปีจึงมีผลต่อความรักผูกพันองค์การ (Employee engagement) ในระดับสูง นายจ้างและฝ่ายทรัพยากรบุคคลจำเป็นต้องใส่ใจให้ความสำคัญและสร้างระบบที่โปร่งใส เป็นธรรม อธิบายได้ เพื่อประโยชน์ดังกล่าว

          การขึ้นเงินเดือนประจำปี จะเริ่มขึ้นจากการประเมินผลการปฎิบัติงาน ซึ่งบางองค์กรทำปีละครั้ง บางองค์กรทำปีละสองครั้ง ปัจจุบันนี้การประเมินผลการปฏิบัติงานได้พัฒนาไปมาก ไม่ได้ขึ้นอยู่กับอารมณ์ความรู้สึกของหัวหน้าผู้ประเมินเหมือนดังในอดีต แต่มีหัวข้อประเมินและตัวชี้วัดผลสำเร็จที่เป็นรูปธรรมอย่างที่หัวหน้าผู้ประเมินไม่อาจใช้อคติบิดเบือนคะแนนได้เลย ดังนั้นพนักงานจึงยอมรับว่าคะแนนการประเมินที่ตนเองได้รับเป็นคะแนนที่โปร่งใสเป็นธรรม จากนั้นองค์กรก็นำคะแนนประเมินไปผ่านระบบการแปลงคะแนนเป็นเกรดหรือกลุ่ม และขึ้นเงินเดือนตามกลุ่มที่สรุปได้นั้น ปัจจุบันมีระบบแปลงคะแนนเป็นเกรดเพื่อขึ้นเงินเดือนสองระบบคือ ระบบอิงเกณฑ์ และระบบอิงกลุ่ม

           ระบบอิงเกณฑ์ องค์กรจะกำหนดเกณฑ์ขึ้นมาว่าคะแนนเท่าไรถึงเท่าไร หมายถึงกลุ่มอะไร เช่นคะแนน 91 ถึง 100 จะได้เกรด เอ(A) และจะกำหนดต่อไปว่าเกรดเอจะได้ขึ้นเงินเดือนกี่เปอร์เซ็นต์ เช่น 7%

           ระบบอิงกลุ่ม องค์กรจะกำหนดโควตาจำนวนคนว่า เกรดเอจะมีจำนวนเท่าไร เช่นร้อยละ 30 ของคนทั้งหมด หลายองค์กรกำหนดโควตาโดยใช้แนวคิดการกระจายตัวแบบโค้งปกติ เช่น A=5%, B=15%,C=60%,D=15% และ E=5% พนักงานจะได้เกรดอะไรเกิดจากการนำคะแนนมาเรียบลำดับจากมากไปหาน้อย ร้อยละห้าของจำนวนคนนับจากคนที่คะแนนสูงสุดก็จะได้เกรด เอ(A)  และทำนองเดียวกันร้อยละห้าที่อยู่ลำดับสุดท้ายก็จะได้เกรด อี(E) ส่วนเกรดอะไรจะได้ขึ้นเงินเดือนเท่าไรก็มีการกำหนดไว้เช่นเดียวกับระบบอิงเกณฑ์

           ระบบอิงเกณฑ์และอิงกลุ่ม มีการใช้เป็นเวลานานโดยไม่มีปัญหาแต่ในปัจจุบันในยุคที่การประเมินมีตัวชี้วัดชัดเจน และคะแนนที่พนักงานได้แต่ละคะแนนมาจากการทำงานที่แท้จริง พนักงานเริ่มมองเห็นว่าทั้งสองระบบเกิดความไม่ยุติธรรมเสียแล้ว เช่นในระบบอิงเกณฑ์ ผู้ที่ได้คะแนน 91 คะแนนได้เกรด เอ และได้เปอร์เซ็นต์ขึ้นเงินเดือนเท่ากับกับผู้ที่ได้คะแนน 100 คะแนน โดยที่ผู้ที่ได้ 91 คะแนนมีคะแนนห่างจากผู้ที่ได้ 100 คะแนน ถึง 9 คะแนน ในขณะที่ผู้ที่ได้คะแนน 90 มีคะแนนห่างจากผู้ที่ได้คะแนน 91 เพียงคะแนนเดียว กลับอยู่กันคนละเกรดและได้เปอร์เซ็นต์ขึ้นเงินเดือนต่างกัน และยิ่งอัตราเปอร์เซ็นต์ขึ้นของแต่ละเกรดต่างกันมากก็ยิ่งทำให้พนักงานมีความรู้สึกว่าไม่ยุติธรรมมากขึ้น

         ระบบการขึ้นเงินเดือนแนวคิดใหม่จึงกำเนิดขึ้นเพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว ระบบนี้ไม่เคยมีมาก่อน เป็นระบบที่ไม่ใช้เกรด ดังนั้นเปอร์เซ็นต์ขึ้นจึงสัมพันธ์กับคะแนนโดยตรง ผู้ที่คะแนนห่างกันมากเปอร์เซ็นต์ขึ้นก็แตกต่างกันมาก ถ้าคะแนนแตกต่างกันน้อยเปอร์เซ็นต์ขึ้นก็แตกต่างกันน้อย และที่สำคัญคือสามารถควบคุมจำนวนเงินที่ใช้ขึ้นเงินเดือนได้อย่างดีไม่เกินงบประมาณที่ได้รับแม้แต่บาทเดียว อีกทั้งช่วยแก้ปัญหาหัวหน้างานมาขอเพิ่มคนเกรดเอ ได้โดยสิ้นเชิง นักบริหารค่าจ้างต่างกล่าวกันว่าเป็นระบบที่มีประสิทธิภาพที่สุดเหมาะสมที่สุดกับสถานการณ์ปัจจุบันและอนาคต

อุทัย สวนกูล เจ้าของเว็บไซต์ uthai-sarary.com รับจัดทำโครงสร้างค่าจ้างและโครงสร้างเงินเดือน

FreeVector.com